Skip to content

ทีมเล็กจอมล้มยักษ์ ทีมนอกสายตาที่หักปากกาเซียนมาแล้ว

ทีมเล็กจอมล้มยักษ์ ทีมนอกสายตาที่หักปากกาเซียนมาแล้ว

ทีมเล็กจอมล้มยักษ์ ทีมนอกสายตาที่หักปากกาเซียนมาแล้ว

ทีมเล็กจอมล้มยักษ์ ทีมฟุตบอลนอกสายตา ที่หักปากกาเซียนมาแล้วนัดต่อนัด

ทีมเล็กจอมล้มยักษ์ เหตุการณ์นี้นั้น เกิดขึ้นให้เห็นอยู่บ่อยครั้งครับ ทีมที่ดูไม่มีอะไร บางทีนั้นก็ชนะทีมยักษ์ใหญ่ได้ เล่นเอาคนดูถึงกับอึ้งกิมกี่ กันไปหลายรายแล้ว รวมไปถึงหักหน้า พวกทรรศนะเซียน กันไปเลยทีเดียว อย่างตัวอย่างง่าย ๆ เลยที่ผ่านมาอย่าง ทีมจิ้งจอกสยาม เลสเตอร์ ซิตี้ ที่ล้มทุกทรรศนะ โดยการคว้าแชมป์ใน ลีกอังกฤษ อย่างพรีเมียร์ลีกไปครอง ทั้งที่ก่อนหน้านั้น ต้องดิ้นการตกชั้น อยู่หลายครั้งหลายครา

ดั่งความฝันที่ไม่มีใครคาดคิด ทีมของเค้านั้น ชนะมาในท้ายฤดูกาลอย่างต่อเนื่อง เรียกได้ว่าทีมใหญ่ ๆ นั้นช็อคไปตาม ๆ กันเลยครับในตอนนั้น และในวันนี้ เราจะมาพาไปดูทีมเล็ก ทีมรองบ่อน ที่ได้ล้มทีมยักษ์ใหญ่กันครับ มาดูเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นว่า มีทีมเล้กทีมใดกันบ้างครับ

อย่างทีมแรกนี้คือ ไกเซอร์ซาลาเทริน์ ที่จริงทีมนี้ ก็เคยเป็นทีมใหญ่มาก่อน แต่ช่วงปี 1996 นั้นทีมได้ตกไปอยู่ใน เดวิชั่น 2 เรียกได้ว่าเหนือความคาดหมาย กลายเป็นทีมรองบ่อน ไปอยู่ช่วงหนึ่ง แต่เมือเวลาผ่านไป 1 ปี ข่าวบอล

ข่าวบอล

ก็เร่งฝีเท้าได้เดวิชั่น ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จนขึ้นมาเล่นในลีกใหญ่ และช่วงนั้น ก็ล้มทีมยักษ์ใหญ่ในลีกได้ โดยการได้แชมป์ ในลีกสูงสุดเลยในทันที เล่นเอาซะคนวิเคราะห์บอล งงไปตาม ๆ กัน โดยการชนะไป 19นัด เสมอ 11นัด แพ้ไปเพียง 4นัด

และนี่คือ การล้มทีมยักษ์ใหญ่อย่าง บาเยิร์น มิวนิค ลงได้ในครั้งนั้น แซงชนะขึ้นไปเพียงแค่ 2 แต้ม แต่ชนะก็คือชนะหล่ะครับ มาที่ฟุตบอลชิงแชมป์ยุโรปกันบ้าง ในปี 2004 ที่จัดในโปรตุเกส ปีที่โปรตุเกสเป็นเจ้าภาพ รวมไปถึง

ทีมเต๊งยักษ์ใหญ่อย่าง อังกฤษ อิตาลี ที่ในทีมนั้นได้ รวบรวมนักเตะ ระดับซุปเปอร์สตาร์ทั้งนั้น แต่ก็ตามเคยครับ เกิดเรื่องเหลือเชื่อขึ้น เมื่อทีมนอกสายตาอย่าง กรีซ ที่ไม่มีนักวิจารณ์บอลคนไหน พูดถึงมากนัก ก็ทะลุขึ้นมาได้ถึงรอบลึก

ทั้งการเล่นที่ไม่มีความเตะตา เล่นตั้งรับ เน้นความชัวร์ ทำให้รูปเกมน่าเบื่อ แต่เพราะเล่นแบบนี้ล่ะครับ ก็ทำให้กรีซนั้น ล้มทีมใหญ่ไปหลายทีม เพราะเน้นไปที่ ความแน่นอนนั่นเอง จนทะลุไปถึงนัดชิง ที่เจอกับเจ้าภาพอย่าง โปรตุเกส

ซึ่งถ้าใครดูแล้ว พูดกันได้เลยว่า หมูสนามมาให้เชือดเล่น แต่แล้วก็ต้อง ตบปากกันไปตาม ๆ กัน เมื่อปีนั้น กรีซได้คว้าแชมป์แรก ในบอลชิงแชมป์ยุโรป 2004มาได้ โดยการคุมทีมของ ออตโต้ เรฮาเกล นั่นเอง

เรื่องต่อมานั้น เรียกได้ว่า เป็นจุดเริ่มต้นของ ผู้ชายที่มีนามว่า มูริญโญ่ ที่เค้านั้นคุมทีมธรรมดา ๆ อย่าง ปอร์โต้ ได้แชมป์ในลีกมา แล้วได้พาทีมมาในการเตะ ชิงแชมป์สโมสรยุโรป ปี2003 โดยการประเดิม อัดทีมยักษ์ใหญ่

จากเกาะอังกฤษอย่าง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ตายคาบ้านในรอบ 16 ทีมสุดท้าย และก็ลียง อีกทีมที่ฟอร์มร้อนแรงตอนนั้น และไปถึงนัดชิงชนะแบบสบาย ๆ ในปีนั้นเรียกได้ว่า ตบทีมใหญ่ลงไปหมดเลยครับ ทำให้คนในทีมตอนนั้นอย่าง แดกู , รีการ์ดู การ์วัลยู ให้เป็นนักเตะระดับโลกไป

ทีมต่อไปอย่าง เอแซด อัคมาร์ ซึ่งที่ตอนนั้นได้โค้ชอย่าง หลุยส์ ฟาน กัล ที่ปกตินั้น เค้าจะไม่รบคุมทีมเล็ก แต่ในครั้งนี้นั้น เค้าได้มารับคุมทีม เอแซดอัคมาร์ ที่ในตอนนั้น ฟอร์มค่อนข้างแย่ หลุยส์ ฟาน กัล เข้ามาคุมนั้น ทีมจบที่อันดับ 11 ทำให้เค้าจะขอลาออก แต่ว่านักเตะออกมาค้าน ไม่อยากให้ออก จนในที่สุดทีมนั้น ก็ล้มทีมยักษ์อย่าง เอฟซี ทเวนเต้ จนขึ้นมาเป็นแชมป์ได้สำเร็จ

ทีมเล็กจอมล้มยักษ์ ต่อมาที่ทีมนี้เลย จิ้งจอกสยาม เลสเตอร์ซิตี้ ในตอนนั้น หากใครมาพูดว่า ทีมเลสเตอร์ซิตี้นั้น จะได้เป็นแชมป์คงโดนบอกว่าบ้าแน่ ๆ ครับ

แต่ว่าในตอนนั้น ทอมแฮงค์ เขาได้ลงเดิมพัน ว่าทีมเลสเตอร์ซิตี้ นั้นจะได้แชมป์ ตั้งแต่เตะเริ่มฤดูกาล จนได้เงินรางวัลกลับไปที่ (ตีเป็นเงินไทย) 24 ล้านบาท จากการวางไปแค่ 4900 บาทเองครับ

ซึ่งเอาจริง ๆ แล้วเลสเตอร์ได้ไต่ขึ้นมา จนอยู่ในพรีเมียร์ลีก และก็เป็นแค่ทีมกลาง ๆ แถมในตอนมาแรก ๆ นั้นก็เกือบที่จะตกชั้นกลับไป แต่ในต่อมา ก็ได้มีการเสริมทัพ จนแข็งแกร่งขึ้น และมีการปับเปลี่ยนโค้ช และรูปแบบการเล่น ทีมยักษ์ใหญ่

ตั้งแต่เปิดสโมสรมานั้น นี่ก็เป็นครั้งแรกที่คว้าแชมป์ได้ ตลอดเวลา 132 ปีเลยทีเดียว ทีมอย่าง สตุ๊ตการ์ท คนดูบอลเยอรมัน บุนเดสลีกา นั้่นย่อมรู้ดีว่า ทีมขาใหญ่อย่างบาเยิร์น มิวนิคนั้น ได้ครองบัลลังค์นี้อยู่ แต่ก็ต้องมาพลาดท่า

ทีมยักษ์ใหญ่

ให้ทีมเป็นรองอย่างสตุ๊ตการ์ท ในปีฤดูกาล 2006-07 ทีมม้าขาวนั้น ในการคุมทีมของ อาร์มิน เฟห์ ที่ขับเคลื่อนมา จนชนเทียบเท่ากับ เสือใต้บาเยิร์น และแซงชนะไปได้ตอนที่ บาเยิร์นนั้นแผ่วลง จนสตุ๊ตการ์ทได้คว้า แชมป์บุนเดสลีกาไป

ในฤดูกาลนั้น แต่บาเยิร์นกลับตกไปที่ 4 โดยมีทีม ชาลเก้ และ แวร์เดอร์ เบรเมน ที่เร่งขึ้นมาเช่นกัน ในฤดูกาลนั้นครับ แต่เอาจริง ๆ แล้วนั้น ทีมใหญ่บางทีมนั้น ก็ชอบที่จะแพ้ทีมเล็กอยู่บ่อยครั้ง อย่างลิเวอร์พลูช่วงนึง

เวลาเล่นกับทีมระดับใหญ่เท่ากัน กลับเล่นได้ดี แต่ต้องมาสะดุด เพราะพวกทีมเล็ก ๆ หลายทีม อย่างทีมที่ล้มบ่อย ๆ เลยช่วงนึงก็ ทีมซันเดอร์แลนด์ ที่มีอยู่ปีนึงนั้น ชนะบ่อยจนขึ้นไปอยู่ บนหัวตารางเลยทีเดียวครับ

และนี่ก็จะเป็นเรื่องราว ของทีมเล็ก ๆ ที่ไม่ได้มี ขนาดทีม หรือฐานแฟนบอล ที่มากมายและยิ่งใหญ่ แต่กลับล้มทีมยักษ์ได้ มันส่องให้เห็นถึง ความมานะ ความอดทน ความพยายาม ที่ไม่มีการยอมแพ้ แม้ว่าทีมนั้นจะต่ำชั้นกว่า

ก็ตามทีครับ มันเลยดูเหมือนว่า ทำเรื่องที่ดูแล้วว่า ไม่น่าเป็นไปได้เลย กลับให้มันเป็นไปได้ มันเลยสอนให้เราด้วยว่า ความมุ่มมั่น ที่จะทำให้สำเร็จไปได้นั้น เราจำเป็นต้อง ที่จะไม่ยอมแพ้ก่อน